มนุษย์กำลังเข้าสู่ยุคที่ "ภาษาของเราถูกกลืนกินโดยอัลกอริทึม" ไม่ใช่แค่ AI เลียนแบบเรา แต่เรากำลังเลียนแบบ AI โดยไม่รู้ตัว นี่คือปรากฏการณ์ Algorithmic Mimicry
เมื่อเราใช้ AI Chatbot บ่อยขึ้น เราเริ่มซึมซับรูปแบบภาษาของมัน AI มักถูกตั้งโปรแกรมให้มีความ "สุภาพเกินจริง" และ "เป็นกลาง" จนขาดความเป็นธรรมชาติ สิ่งนี้เรียกว่า Empty Empathy
"งานนี้ยากชะมัด แต่เดี๋ยวเราลองแก้ตรงนี้ดู น่าจะพอไหว"
"ผมเข้าใจว่าความท้าทายนี้มีความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม หากเราพิจารณาบริบท..."
ทำไม AI ถึงพูดจืดชืด? เพราะมันไม่ได้ "คิด" แต่ใช้ หลักความน่าจะเป็น (Probability) ทำนายคำถัดไปที่ดีที่สุดจากข้อมูลมหาศาล (Vector Space)
ผลลัพธ์คือภาษาที่เป็น "ค่าเฉลี่ยของอินเทอร์เน็ต" ซึ่งปลอดภัย ถูกหลักไวยากรณ์ แต่ขาดเสน่ห์และความคิดสร้างสรรค์แบบมนุษย์
สถิติชี้ว่าคำศัพท์บางคำถูกใช้พุ่งสูงขึ้นหลัง ChatGPT เปิดตัว เพราะมนุษย์ยืมคลังคำศัพท์ที่ AI โปรดปรานมาใช้โดยไม่รู้ตัว
คำยอดฮิตอันดับ 1 ในงานวิชาการยุค AI
AI ชอบใช้เปรียบเปรยความซับซ้อน
มักใช้ชมเชยความพยายามหรือการสนับสนุน
"This is a testament to..." เป็นวลีติดปากของ AI
*ข้อมูลจำลองเพื่อแสดงแนวโน้ม (Trend)
ภาษาของเรากำลังถูกกลืนกินโดยอัลกอริทึมผ่านวงจรที่ไม่สิ้นสุด
ข้อมูลฝึกฝนยุคแรก
(Human Text)
AI ผลิตข้อความมหาศาล
(AI Text)
เราเริ่มพูด/เขียน เหมือน AI
Model Collapse
เดิมทีเราทดสอบว่า "คอมพิวเตอร์" จะเนียนเป็นคนได้ไหม...
แต่วันนี้ "มนุษย์" กำลังสอบตก เพราะเราพูดเหมือนคอมพิวเตอร์มากเกินไป
Adam Aleksic แนะนำว่า ทางออกไม่ใช่การเลิกใช้ AI แต่คือการตระหนักรู้
อย่ากลัวที่จะใช้ คำแปลกๆ (Weird Words), ภาษาถิ่น หรือแม้แต่ ความผิดพลาดเล็กน้อย
เพราะสิ่งเหล่านี้คือลายนิ้วมือที่ยืนยันว่า..."คุณคือมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ"
Join the discussion by signing in.
Loading comments...